Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Download PHP5 ที่ http://www.php.net/downloads.php แล้วเลือก PHP 5.2.6 installer หรือใหม่กว่า

install-php5-1

install-php5-2

install-php5-3

เปลี่ยน Destination Folder

install-php5-4

เลือก ชนิดของ web server ที่เราติดตั้งไ้ว้

install-php5-5

เลือก Folder ที่จะเก็บ configuration file ของ web server นั้นๆ

install-php5-6

install-php5-7

เลือก features ตามต้องการ

install-php5-8

install-php5-9

install-php5-10

เมื่อติดตั้ง PHP5 เสร็จแล้วให้ทำการสร้าง file phpchk.php ใน folder ที่ติดตั้ง apache2.2/htdocs เพื่อตรวจสอนว่า PHP5 ทำงานร่วมกับ apache2 ได้แล้วหรือไม่ โดยใน file ให้มี code ดังนั้น

<?php

phpinfo();

?>

จากนั้นเปิด browser แล้วพิมพ์เข้าไปที่ <!–[if gte mso 9]> Normal 0 false false false EN-US X-NONE TH MicrosoftInternetExplorer4 <![endif]–><!–[if gte mso 9]> <![endif]–>http://localhost/phpchk.php


Download Apache2 (Web Server) ที่ http://httpd.apache.org/download.cgi  แล้วเลือก Win32 Binary including OpenSSL 0.9.8i (MSI Installer) สำหรับการใช้ SSL ให้ web server สามารถ ทำงานกับร่วมกับ SSL

 

install-apache-1

                                                                                                                                                 

 

 

install-apache-2

 

 

 

install-apache-3

 

 

 

install-apache-4

ระบุชื่อ domain และ server

 

install-apache-5

 

install-apache-6

 

 

การติดตั้งควรเปลี่ยน PATH ของ Floder เพื่อไม่ให้เป็นค่า default

 

install-apache-7

 

 

 

install-apache-8

 

 

install-apache-9

 

 

 

install-apache-10

 

 

install-apache-11

 

 

เมื่อติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราสามารถตรวจสอบว่า web server ทำงานหรือไม่

โดยเปิด Browser พิมพ์คำว่า http://localhost หรือ localhost

 

 

หลักการเบื้องต้นของระบบ CDMA ได้จัดแบ่งความถี่ที่มีอยู่ทั้งหมดออกเป็นช่วง โดยแต่ละช่วงมีความกว้างเท่ากับ 1.25 MHz โดยวิธี CDMA สังเกตว่าคลื่นพาห์หนึ่งความถี่มีขนาดแบนด์วิดท์ที่กว้างกว่าของระบบอื่น ๆ เช่น GSM (200 kHz) มาก ด้วยขนาดแบนด์วิดท์ที่กว้างขนาดนี้ CDMA จึงอนุญาตให้ผู้ใช้โทรศัพท์จำนวนมากจำนวนหนึ่งส่งสัญญาณเสียงลงบนคลื่นความถี่เดียวกันได้ ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ทุกๆ คนที่ใช้คลื่นพาห์เดียวกันจะรบกวนกันในเชิงความถี่ตลอดเวลาการใช้งาน หากแต่ว่าโทรศัพท์แต่ละเครื่องจะสามารถแยกแยะว่าสัญญาณส่วนใดที่เป็นของตนเองได้โดยอาศัยชุดรหัสที่แตกต่างกันในการรับและส่งข้อมูล ด้วยเหตุนี้จึงเรียกระบบนี้ว่า Code Division Multiple Access (CDMA) ชุดรหัสที่ใช้การทำสเปรดสเปกตรัมเหล่านี้มีชื่อว่า PN (Pseudorandom Noise) ซึ่งชุดรหัสแต่ละชุดที่ใช้จะต้องมีคุณสมบัติที่เรียกว่า Orthogonal กับชุดรหัสอื่น ๆ ทั้งหมด

ขั้นตอนการสร้างสัญญาณสำหรับการส่งออกเริ่มด้วยการนำสัญญาณเสียงที่มีอยู่ในรูปของสัญญาณดิจิตอลซึ่งมีอัตราบิตข้อมูลค่อนข้างต่ำ (เช่น 9600 bps) มาคูณกับสัญญาณ PN ซึ่งมีอัตราบิตข้อมูลที่สูงกว่ามาก (1.228 Mcps) ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ข้อมูลที่อัตราการส่งสูงกว่าสัญญาณเสียงที่ต้องการจะส่งมาก ด้วยเหตุนี้จึงเรียกว่ามีการสเปรดสเปกตรัม (Spread Spectrum) เกิดขึ้นและแบนด์วิดท์ของช่องสัญญาณที่ใช้ในการส่งข้อมูลนี้ก็มีขนาดใหญ่ขึ้นด้วยคือ 1.25 MHz (สัญญาณที่ผ่านกระบวนการสเปรดสเปดตรัมแล้วมักจะใช้ Mcps แทน Mbps) ส่วนที่เครื่องรับสัญญาณที่ปลายทางก็จะทำการดีสเปรด (Despread) สัญญาณที่รับได้เพียงดึงสัญญาณ เสียงกลับคืนมา

ในระบบซีดีเอ็มเอนั้น ในเซลล์ที่อยู่ติดกันสามารถที่จะใช้ความถี่เดียวกันได้ หากพิจารณาจำนวนของผู้ใช้บริการของระบบที่จะรองรับได้นั้น จะมีปัจจัยหลายประการที่มีผลต่อความจุของระบบ เช่น ปริมาณการแทรกสอดระหว่างผู้ใช้งานด้วยกันเอง ความถูกต้องของการควบคุมกำลังของเครื่องลูกข่ายอันเนื่องมาจากปัญหาความใกล้-ไกล

ระบบ FDMA (Frequency Division Multiple Access) ผู้ใช้จะได้รับช่วงความถี่ที่ใช้ในการส่งข้อมูล

ระบบ TDMA (Time Division Multiple Access) ผู้ใช้จะได้รับช่วงความถี่และใช้ช่วงเวลาที่กำหนดในการส่งข้อมูล

ระบบ CDMA ผู้ใช้จะใช้ช่วงความถี่ทั้งหมดและไม่จำกัดช่วงเวลาโดย ส่ง/รับข้อมูลโดยการเข้า/ถอดรหัส

access-methods-in-fdma-tdma-and-cdma1

รูปเปรียบเทียบลักษณะการส่งข้อมูลแบบต่างๆ


access-methods-in-fdma-tdma-and-cdma2



ปัญหาที่ระบบเซลล์ลูล่าร์ในปัจจุบันประสบคือ การขาดแคลนทรัพยากรด้านความถี่ที่จะเพิ่มจำนวนลูกข่ายที่เติบโตขึ้นอย่างสูงมาก แม้ว่าระบบเซลล์ลูล่าร์จะสามารถทำการเพิ่มความจุของระบบ โดยการนำความถี่กลับมาใช้ใหม่ (Frequency Reused) แต่การลดขนาดเซลล์ (เพื่อเพิ่มความจุของระบบต่อพื้นที่) จะถูกจำกัดให้เล็กได้เหลือเพียงขนาดหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากผลกระทบจากการ เกิด Overhead ในช่องการโอนการติดต่อข้ามเซลล์ (hand-off) อีกทั้งการลดขนาดเซลล์นั้นหมายถึงจำนวนสถานีเซลล์ (cellsite) ต่อพื้นที่ที่ต้องเพิ่มมากขึ้น   ทำให้การลงทุนของเครือข่ายสูงขึ้น

การจัดสรรใช้งานช่องความถี่ของระบบเซลล์ลูล่าร์อนาล็อก AMPS จะใช้เทคโนโลยีแบ่งช่องสัญญาณ (Multiple Access) แบบ FDMA (Frequency Division Multiple Access) โดยแบ่งย่านความถี่ออกเป็นช่อง สัญญาณ (Chanel) แต่ละช่องกว้าง 30 KHz และเมื่อมีการกำหนดมาตราฐานดิจิตอลเซลล์ลูล่าร์ USDC(TDMA) ขึ้นบนย่านความถี่เดียวกันนั้น ระบบ TDMA จะทำการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ช่องสัญญาณโดยการใช้เทคนิค TDMA (Time Division Multiple Access)/ FDMA เพื่อแบ่งการใช้ช่องสัญญาณ 30 KHz นั้นออกเป็น 6 ช่วงเวลา (time slot) ทำให้ช่องสัญญาณ 1 ช่อง ของระบบ AMPS เดิมนั้น สามารถรองรับผู้ใช้บริการได้ 3 ราย ดังนั้น เซลล์ลูล่าร์ TDMA จึงมีความจุเพิ่มจากระบบ AMPS เดิม 3 เท่า สำหรับ CDMA นั้นจะมีการใช้งานย่านความถี่ตลอดย่าน โดยการจัดสรรความถี่และจะกระทำโดยการนำข้อมูลเข้ารหัส (Code) ซึ่งรหัสของช่องสัญญาณนั้นจะแตกต่างกัน หลังจากนั้นข้อมูลของทุกช่องสัญญาณจะถูกส่งไปปะปนไปในย่านความถี่เดียวกันใน เวลาเดียวกัน อุปกรณ์ปลายทางที่ใช้รหัสชุดเดียวกบข้อมูลในช่องสัญญาณเท่านั้นจึงสามารถแยก ข้อมูลออกมาได้ หลักการของเทคนิค CDMA สามารถเปรียบได้กับการสนทนาในงานเลี้ยงสังสรรค์ เราสามารถพูดคุยกับคู่สนทนารู้เรื่องได้เนื่องจากสมองของเราสามารถ แยกเสียงคู่สนทนาออกจากเสียงสนทนาของคนอื่น ๆ เสียงดนตรี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากคู่สนทนาแต่ละคู่ใช้ภาษาที่ แตกต่างกันการแยกข้อมูลสนทนานั้นก็จะทำได้ง่ายขึ้น เนื่องจากค่า Cross-Corrrelation ระหว่างเสียงคู่สนทนาของเรากับเสียงรบกวนอื่นๆ มีค่าต่ำ ดังนั้น รหัสที่ระบบ CDMA ใช้ถูกออกแบบให้มีค่า Cross-Correlation ที่ต่ำ

จุดเด่นของระบบ CDMA คือ ระบบจะมีความทนทานต่อสัญญาณรบกวนสูงมาก ในขณะที่ระบบเซลล์ลูล่าร์ AMPS ต้องการค่า C/I ratio (Carrie/Interference)สูงถึง 18 dB และระบบดิจิตอลเซลล์ลูล่าร์ TDMA ได้กำหนด C/I ratio เท่ากับ 16 dB แต่ระบบ CDMA นั้นสามารถใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ค่า C/I ratio ต่ำถึง –18 dB (I/C = dB) เลยทีเดียว จากคุณสมบัติดังกล่าวทำให้ระบบเซลล์ลูล่าร์ CDMA สามารถใช้ความถี่เดียวกันในเซลล์ที่ติดต่อกันได้ อันจะทำให้การใช้ทรัพยากรความถี่สูงกว่าระบบเซลล์ลูล่าร์อื่นๆ นอกจากนี้ ระบบ CDMA จะมีความจุของระบบไม่ตายตัว (Soft Limited Capacity) กล่าวคือจำนวนช่องสัญญาณสูงสุดของแต่ละย่านความถี่ (1.2288 MHz) ใดหนึ่งจะเท่ากับ 55 ช่องสัญญาณ และกลุ่มของช่องสัญญาณเหล่านี้จะอยู่บนย่านความถี่เดียวกัน เมื่อมีการติดต่อใช้ช่องสัญญาณของเครื่องลูกข่ายเพิ่มขึ้น (ไม่ว่าจะเซลล์เดียวกันหรือเซลล์ข้างเคียง) จะเป็นการเพิ่มสัญญาณรบกวนต่อระบบ เนื่องจากการใช้งานของช่องสัญญาณช่องอื่นๆ จะเป็นเสมือนสัญญาณรบกวนต่อช่องสัญญาณใดหนึ่งและส่งผลให้อัตราความผิดพลาด ข้อมูลของทุกๆ ช่องสัญญาณเพิ่มขึ้น

Older Posts »